Everything is good

อุปปาทานก็คือธรรมชาติของจิต
ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัด
มันคือความสัมพันธ์ของจิตเรากับความจริง
การใช้ชีวิตอยู่ในโลกอย่างสัมพันธ์กับโลก
เราไม่อาจเป็นคนที่เอาแต่มองจิต
โดยไม่ปล่อยให้มีช่วงเวลาที่เรากลายเป็นจิต
การมองเห็นคือ awareness
แต่พอมองเห็นแล้วเราต้องเลือก
จิตของเราไม่ใช่สิ่งที่ดื้อรั้น
เค้ารอฟังสิ่งที่เราบอกเค้าอยู่เสมอ
และเค้าก็จะกลายเป็นสิ่งที่เราบอกให้เค้าเป็นนั้นเอง
เพียงแต่เค้าไม่ได้ฟังคำพูดตรงๆ
ที่เราบอกเขา
เค้าฟังคุณภาพของความสัมพันธ์
ที่เราให้กับสิ่งต่างๆ
ในเวลาที่จิตกำลังกลัวการถูกปฎิเสธ
ถ้าเราเถียงเค้าว่ามันไม่จริง
หรือบอกเค้าว่าช่างแม่ง เราอยู่คนเดียวได้
จิตไม่ได้ยินว่ามันจริงหรือไม่
เค้าไม่สนใจว่าเราอยู่คนเดียวได้หรือไม่
สิ่งที่จิตได้ยินคือ
สำหรับเราแล้วการถูกปฏิเสธเป็นสิ่งที่แย่
และนั่นคือสิ่งที่เธอพร่ำบอกกับจิตของเธอ
และเค้าก็จะเชื่ออย่างนั้น
และทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังเพื่อเธอ
อย่างสุดความสามารถ
คำถามที่เธอควรถามตัวเอง
คือเธอจะบอกจิตของเธอยังไง
ให้มันมีความหมายว่า
การถูกปฏิเสธอาจเป็นเรื่องที่ดี
ทั้งต่อตัวเราและคนอื่น
มันเหมือนกับตอนที่เราออกกำลังกายนั่นแหละ
แน่นอนมันเหนื่อย มันเมื่อย มันปวด
แต่เราก็ยังทำ และจิตของเราก็ไม่ได้ต่อต้านเรา
เพราะเราบอกเค้าอยู่เสมอว่า
ความเหนื่อย ความเมื่อย และความปวดนี้
มันเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันกำลังหมายความว่า
ร่างกายเรากำลังแข็งแรงขึ้น
กำลังยกน้ำหนักได้มากขึ้น
กำลังมีรูปร่างที่ดีขึ้น
กับความยากลำบากทุกรูปแบบในชีวิตเรา
ถ้าทุกครั้งที่เราเจอมัน
เราบอกกับจิตของเราเสมอว่ามันไม่ดี
เราโทษคนอื่น
โทษตัวเอง
หาเหตุผลว่าทำสิ่งนั้นจึงไม่ควรเกิดขึ้น
เรากำลังบอกจิตของเราให้หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น
จงฝึกมองหาข้อดีในทุกสิ่ง
ว่าความยากที่เธอกำลังเผชิญ
กำลังนำเธอไปสู่ความหมายที่ดีอย่างไร
และจิตของเธอก็จะยินดี
ที่จะอยู่ตรงนั้นกับเธอ
ในเรื่องของความสัมพันธ์
การที่เราต้องเจอหน้าใคร
แล้วต้องคิดเสมอว่าเค้าไม่ดีอย่างไร
เธอก็กำลังบอกจิตของเธอว่าความสัมพันธ์นั้นไม่ดี
บางทีเธอโทษคนอื่น
ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนไม่ดี
แต่เพราะเธอกำลังปกป้องตัวเอง
จากการต้องโทษตัวเอง
และนั่นน่าเห็นใจ
เพราะเราเป็นคนที่ต้องอยู่กับตัวเองตลอดเวลา
ถ้าเธอบอกจิตของเธอเสมอๆ ว่าตัวเองนั้นไม่ดี
จิตของเธอจะอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร
มันคงอยากจะหนี
แต่มันจะหนีไปไหนได้
มันก็คงทำได้เพียงเกลียดชังตัวเอง
และอยากจบชีวิตตัวเองลง
มันมีทางออกอยู่นะ
ทางที่เธอไม่ต้องโทษใคร
ไม่ว่าจะโลก คนอื่น หรือตัวเอง
ก็คือความเมตตาต่อตัวเอง
ถ้าเธอเมตตาต่อตัวเองได้
เธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะโทษคนอื่น
จากนั้นเธอก็จะมองเห็นโลกชัดขึ้น
เธอจะสามารถเลือกความหมายที่ดี
ให้แก่ความยากในปัจจุบันของเธอได้
และต่อให้เธอเลือกที่จะจากไป
มันก็จะไม่ใช่เพราะความยากเป็นสิ่งไม่ดี ที่เธอต้องหนี
แต่อาจเป็นเพราะ
เรื่องดีๆ ที่ความยากนั้นกำลังมอบให้เธอ
อาจแค่ไม่ใช่สิ่งที่เธอสนใจอยากได้มัน
เราไม่จำเป็นต้องปฏิเสธคุณค่าของสิ่งหนึ่ง
เพียงเพื่อให้ตัวเองมีเหตุผลที่จะเดินจากมันมา
เช่นเดียวกับที่เราไม่จำเป็นต้องเกลียดความยากลำบาก
เพียงเพื่ออนุญาตให้ตัวเองหยุดพัก
หรือเลือกเส้นทางอื่น
บางสิ่งอาจมีคุณค่า
โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเลือกมัน
และบางสิ่งอาจทำให้เราเจ็บปวด
โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเกลียดมัน
nowheres.mesound · https://pixabay.com/music/cafe-safe-space-370009/