Confidence

เพราะจิตไม่ใช่เธอ
มันมีความเชื่อเป็นของตัวเอง
มีความจำของมันเอง
มีคำพูดที่มันอยากจะพูดของมันเอง
และเมื่อมีบางสิ่งมากระทบมัน
มันก็จะตีความไปตามความเชื่อ
และความจำของมันนั้นเอง
เมื่อเธอมีความทุกข์
เธอออกค้นหาวิธีดับทุกข์
เธอถามผู้รู้
เธออ่านหนังสือ
เธอวิเคราะห์ด้วยความคิด
เธอเชื่อมโยงแพทเทิร์นสร้างเฟรมเวิร์ค
เธอรู้สิ่งต่างๆ มากมาย
แต่คนที่รู้คือเธอ ไม่ใช่จิตของเธอ
เธออาจรู้ว่าไม่มีอะไรต้องกลัว
แต่จิตของเธอก็ยังกลัว
เธอเหมือนคนที่เอาแต่ศึกษาวิธีว่ายน้ำ
แต่ไม่ยอมลงไปอยู่ในน้ำให้นานพอ
เธอรู้ และเชื่ออย่างไม่กังขา
ว่าทำอย่างไรจึงจะไม่จม
แต่เมื่อลงน้ำจริง
จิตของเธอไม่เคยเชื่อตามเธอ
มันยังกลัวว่าจะจม
มันเข้าควบคุมเธอ
ให้ตะเกียกตะกาย ดิ้นทุรนทุราย
และการบ่อยครั้งการดิ้นนั้นเอง
กลับเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอจม
และพอเธอเริ่มจมลง
จิตมันก็ยิ่งเชื่อมากขึ้น
ว่าเธอจะจมเมื่อใดก็ตามที่ลงน้ำ
จิตมันเชื่อสิ่งที่เธอบอก
แต่ไม่ได้มากไปกว่าประสบการจริงที่เธอพามันไปสัมผัส
ถ้าทุกครั้งที่เธอลงน้ำ
เธอยังดิ้นรนทุรายและจม
เธอกำลังปลูกฝังความเชื่อแบบนั้น
ลึกลงเรื่อยๆ ในจิตเธอ
ศรัทธา คือความเชื่อของจิต… ไม่ใช่ของเธอ
และมันเกิดขึ้นเมื่อจิตได้สัมผัสความจริง
มากพอจนมันสิ้นสงสัย
ทว่า ดูก่อน เธอ ผู้แสวงหา
“ความจริง” นั้นคือสิ่งที่มาทีหลัง
สิ่งที่มาก่อนคือคนที่เลือกความจริง
ถ้าทุกครั้งที่เธอลงน้ำ
แล้วเธอปล่อยให้ตัวเองดิ้นทุรนทุราย
คนที่กำลังเลือกอยู่นั้นคือจิตของเธอ
และ “ความจริง” ตามประสบการณ์ของมัน
ก็คือ… การจม
จงมอบความจริงให้แก่จิตของเธอ
ไม่ใช่จากหนังสือ จากการคิด จากความเข้าใจ
แต่จากการอยู่ในน้ำ
ทั้งที่จิตยังกลัวจมและอยากหนี… แต่เธอยังเลือกอยู่ต่อ
ทั้งที่จิตยังอยากจะดิ้น… แต่เธอไม่ดิ้นตาม
เธอเลือกที่จะหายใจอย่างถูกต้อง
เท่าที่เธอพอจะทำได้
ด้วยความรู้ที่เธอมีตรงหน้า
และทักษะที่เธอค่อยๆ ปรับปรุง
และแม้บางครั้งเธอยังจม
เธอไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ “ความจริงในครั้งนี้”
แต่เธอยังเลือกที่จะพูดกับจิตของเธอซ้ำๆ ว่า…
มันไม่ใช่ “ความจริงตลอดไป”
การเห็นจริง…
ไม่ได้หมายถึงการเห็นของเธอ
แต่หมายถึงการที่จิตได้สัมผัสกับความจริงที่เธอเลือก…
ทีละนิด ทีละน้อย
จนกระทั่งวันหนึ่ง
ทั้งเธอและจิตมองก็เห็นความจริงเดียวกัน
เชื่อในสิ่งเดียวกัน
ไม่สงสัยในกันและกันอีกต่อไป
nowheres.mesound · https://pixabay.com/music/meditationspiritual-crystal-cleanse-419202/